ฟันหายทั้งปาก ใส่ฟันปลอมอะไรได้บ้าง?

7 ทางเลือกสำหรับผู้ที่ฟันหายทั้งปาก รากฟันเทียม All-on-4 All-on-6 Overdenture และ Complete Denture
สรุปหัวข้อแบบเข้าใจง่าย

เมื่อสูญเสียฟันทั้งปาก การทำฟันกลับคืนมาไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว การเลือกแผนการรักษาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณและตำแหน่งของกระดูกที่เหลืออยู่ การสบฟัน แรงบดเคี้ยว สุขภาพช่องปาก สุขภาพทั่วไป ความสามารถในการทำความสะอาด และงบประมาณของคนไข้

ในกรณีที่สภาพกระดูกและพื้นที่เหมาะสม การบูรณะฟันให้แยกเป็นซี่ ๆ โดยใช้ Single Crown on Single Implant ในบริเวณที่สามารถทำได้ มีข้อดีเรื่องการทำความสะอาด การกระจายแรง และการซ่อมแซมในอนาคต เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้นกับฟันหรือรากเทียมหนึ่งตำแหน่ง มักสามารถจัดการเฉพาะตำแหน่งนั้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องรื้อชิ้นงานทั้งกลุ่ม

สำหรับฟันหลัง ในหลายกรณีสามารถวางแผนให้มีฟันใช้งานถึงบริเวณ First Molar ได้ โดยอาจไม่จำเป็นต้องทำถึง Second Molar ทุกเคส ทั้งนี้ต้องพิจารณาการสบฟัน แรงบดเคี้ยว และสภาพของขากรรไกรเป็นรายบุคคล

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่สามารถวางรากเทียมแบบหนึ่งซี่ต่อหนึ่งรากได้ โดยเฉพาะบริเวณฟันหน้า ซึ่งหลังจากสูญเสียฟันไปเป็นเวลานานอาจพบการยุบตัวของกระดูกได้มาก จึงอาจมีปริมาณกระดูกไม่เพียงพอสำหรับการวางรากเทียมในทุกตำแหน่ง บางกรณีจึงเหมาะกับการใช้ Implant-Supported Bridge แทน

การประเมินจาก CBCT และการตรวจในช่องปาก จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจเลือกแผนการรักษา

7 ทางเลือกสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก

Option 1: Implant-Supported Bridge ด้านหน้า + Single Crown on Implant ด้านหลัง

1

เป็นแนวทางที่พยายามทำให้ฟันแต่ละซี่แยกออกจากกันให้มากที่สุดเท่าที่สภาพกระดูกอนุญาต

ในบริเวณฟันหน้า ซึ่งมักเป็นบริเวณที่มีข้อจำกัดด้านปริมาณกระดูก สามารถออกแบบเป็น สะพานฟัน 2 ชุด ชุดละ 3 ยูนิต แทนการฝังรากเทียมทุกซี่

ส่วนบริเวณฟันหลัง หากมีกระดูกเพียงพอ จะใช้ Single Crown on Single Implant คือฟันหนึ่งซี่ต่อรากเทียมหนึ่งตัว

ข้อดี

  • ฟันหลังแยกเป็นซี่ ทำความสะอาดง่ายกว่า
  • สามารถใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดระหว่างซี่ได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ
  • ช่วยให้การกระจายแรงบดเคี้ยวเป็นอิสระมากขึ้น
  • หากฟันซี่ใดซี่หนึ่งมีปัญหา สามารถซ่อมหรือเปลี่ยนเฉพาะตำแหน่งนั้นได้ในหลายกรณี
  • ไม่ต้องรื้อฟันเป็นกลุ่มใหญ่หากมีปัญหาเพียงตำแหน่งเดียว
  • ให้ความรู้สึกและรูปแบบการดูแลใกล้เคียงกับการมีฟันเป็นซี่ ๆ มากที่สุด

ข้อจำกัด

  • ต้องใช้รากเทียมจำนวนมาก
  • ต้องมีกระดูกเพียงพอในหลายตำแหน่ง
  • อาจจำเป็นต้องปลูกกระดูกในบางบริเวณ
  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าแผนที่ใช้รากเทียมจำนวนน้อย
  • ใช้ระยะเวลาและขั้นตอนการรักษามากกว่า

หากสภาพกระดูกเหมาะสมและคนไข้สามารถดูแลทำความสะอาดได้ดี แผนลักษณะนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ให้ความยืดหยุ่นในการดูแลและซ่อมแซมระยะยาวได้ดีมาก


Option 2: แบ่งเป็น Implant-Supported Bridges หลายชุด

2

เป็นการลดจำนวนรากเทียมลงจาก Option 1 และเชื่อมฟันบางตำแหน่งเข้าด้วยกันเป็นสะพานฟัน

ตัวอย่างแผน:

  • ขากรรไกรบน: สะพานฟัน 4 ชุด ชุดละประมาณ 3 ยูนิต
  • ขากรรไกรล่าง: สะพานฟัน 3 ชุด ชุดละประมาณ 3 ยูนิต

ข้อดี

  • ใช้รากเทียมน้อยกว่า Option 1
  • ค่าใช้จ่ายลดลง
  • ยังแบ่งชิ้นงานออกเป็นหลายส่วน ไม่ได้เชื่อมทั้งขากรรไกรเป็นชิ้นเดียว
  • หากสะพานฟันชุดหนึ่งมีปัญหา โดยทั่วไปสามารถจัดการเฉพาะชุดนั้นได้
  • กระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าฟันปลอมติดแน่นแบบ Full-Arch ชิ้นเดียว

ข้อจำกัด

  • การทำความสะอาดใต้สะพานฟันยากกว่า Single Crown
  • ต้องใช้ Super Floss, Interdental Brush หรือ Water Flosser ช่วย
  • หากรากเทียมหรือชิ้นงานตัวหนึ่งในสะพานมีปัญหา อาจกระทบชิ้นงานทั้งชุด
  • การออกแบบตำแหน่งรากเทียมและการสบฟันต้องแม่นยำ

เป็นทางเลือกที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ความสะดวกในการดูแลของ Single Crown กับ การประหยัดจำนวนรากเทียม


Option 3: ขากรรไกรบน All-on-6 + ขากรรไกรล่าง All-on-4

3

เป็นฟันปลอมติดแน่นทั้งขากรรไกร โดยขากรรไกรบนรองรับด้วยรากเทียมประมาณ 6 ตัว และขากรรไกรล่างประมาณ 4 ตัว

ข้อดีของ All-on-6 ด้านบน

  • มีจุดรองรับมากขึ้น
  • สามารถช่วยกระจายแรงได้มากกว่า All-on-4 ในบางเคส
  • มีความยืดหยุ่นในการออกแบบมากขึ้น หากปริมาณและตำแหน่งกระดูกเหมาะสม
  • หากรากเทียมหนึ่งตำแหน่งมีปัญหา ในบางกรณีอาจสามารถปรับแผนหรือออกแบบชิ้นงานใหม่โดยใช้รากเทียมที่เหลืออยู่ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเมื่อ All-on-6 เสียรากเทียม 1–2 ตัวแล้วจะสามารถใช้ชิ้นงานเดิมต่อได้ทุกกรณี ต้องประเมินตำแหน่งของรากเทียมที่สูญเสีย จำนวนรากเทียมที่เหลือ การกระจายแรง และการออกแบบชิ้นงานใหม่อีกครั้ง

สำหรับ All-on-4 ด้านล่าง ใช้รากเทียมน้อยกว่า จึงประหยัดค่าใช้จ่ายและอาจหลีกเลี่ยงบริเวณกายวิภาคบางตำแหน่งได้ แต่เนื่องจากมีเพียง 4 จุดรองรับ หากรากเทียมตัวหนึ่งสูญเสียไป จะถือเป็นปัญหาสำคัญ เพราะโครงสร้างเดิมถูกวางแผนให้รับแรงจากรากเทียมทั้ง 4 ตัว อาจต้องเพิ่มหรือเปลี่ยนรากเทียม และอาจต้องแก้ไขหรือทำชิ้นงานใหม่ ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี


Option 4: ขากรรไกรบน All-on-4 + ขากรรไกรล่าง All-on-4

4

ใช้รากเทียมประมาณ 4 ตัวในแต่ละขากรรไกรเพื่อรองรับฟันปลอมติดแน่นทั้งปาก

ข้อดี

  • ใช้รากเทียมน้อยกว่า All-on-6
  • ค่าใช้จ่ายน้อยลง
  • เหมาะกับบางกรณีที่กระดูกบริเวณด้านหลังมีข้อจำกัด
  • สามารถคืนฟันทั้งขากรรไกรด้วยจำนวนรากเทียมที่ไม่มาก
  • เป็นฟันติดแน่น คนไข้ไม่ต้องถอดเข้าออกเอง

ข้อจำกัด

  • มีจุดรองรับเพียง 4 ตำแหน่ง
  • แต่ละรากเทียมจึงมีความสำคัญต่อระบบมาก
  • หากรากเทียมตัวหนึ่งมีปัญหา ผลกระทบต่อทั้งระบบอาจมากกว่า All-on-6
  • การทำความสะอาดใต้ชิ้นงานต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ
  • หากส่วนหนึ่งของชิ้นงานแตกหรือเสียหาย อาจต้องถอดชิ้นงานทั้งชิ้นเพื่อซ่อม
  • ต้องมีการติดตาม ตรวจการสบฟัน ขันสกรู และบำรุงรักษาระยะยาว

จุดต่างสำคัญจาก Option 3 คือ ขากรรไกรบนลดจาก 6 รากเทียมเหลือ 4 รากเทียม จึงลดค่าใช้จ่าย แต่ก็มีจำนวนจุดรองรับและความสำรองของระบบน้อยลง


Option 5: ขากรรไกรบน All-on-6 + ขากรรไกรล่าง All-on-6

5

ใช้รากเทียมประมาณ 6 ตัวต่อขากรรไกร รองรับฟันปลอมติดแน่นทั้งปาก

ข้อดี

  • มีจำนวนจุดรองรับมากกว่า All-on-4
  • สามารถช่วยกระจายแรงได้ดีในเคสที่มีตำแหน่งและคุณภาพกระดูกเหมาะสม
  • มีความยืดหยุ่นในการวางตำแหน่งและออกแบบชิ้นงานมากขึ้น
  • ในบางสถานการณ์ หากรากเทียมหนึ่งตำแหน่งมีปัญหา อาจมีทางเลือกในการจัดการมากกว่าระบบที่เริ่มต้นด้วยรากเทียมเพียง 4 ตัว
  • เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการฟันติดแน่นและมีกระดูกเพียงพอ

ข้อจำกัด

  • ใช้รากเทียมมากกว่า
  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่า All-on-4
  • ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่า All-on-4 สำหรับทุกคน
  • หากตำแหน่งกระดูกไม่เหมาะสม การเพิ่มจำนวนรากเทียมอาจจำเป็นต้องปลูกกระดูกหรือทำหัตถการเพิ่มเติม
  • ยังคงเป็น Full-Arch Prosthesis ชิ้นใหญ่ การซ่อมและการทำความสะอาดจึงไม่ง่ายเท่า Single Crown

เมื่อเทียบกับ Option 3 และ 4 ตัวเลือกนี้ให้จำนวนจุดรองรับมากที่สุดในกลุ่ม All-on-X แต่ต้องแลกกับจำนวนรากเทียม ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น


Option 6: Implant-Supported Overdenture on 4

6

เป็นฟันปลอมชนิดถอดได้ที่มีรากเทียมประมาณ 4 ตัวช่วยยึดฟันปลอมไว้

คนไข้สามารถ ถอดฟันปลอมออกเองเพื่อทำความสะอาด และเมื่อใส่กลับเข้าไป ตัวฟันปลอมจะล็อกกับ Attachment บนรากเทียม

ข้อดี

  • แน่นกว่าฟันปลอม Complete Denture ที่ไม่มีรากเทียมช่วย
  • ลดการขยับหรือหลุดของฟันปลอมขณะพูดและเคี้ยว
  • ใช้รากเทียมน้อยกว่าการทำฟันติดแน่นหลายรูปแบบ
  • ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า Full-Arch Fixed Prosthesis โดยทั่วไป
  • ถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย
  • ซ่อมและปรับแต่งได้ค่อนข้างง่าย

ข้อจำกัด

  • ไม่ใช่ฟันติดแน่น ต้องถอดทำความสะอาดทุกวัน
  • Attachment มีการสึกตามการใช้งาน
  • ชิ้นส่วนยึด เช่น Locator insert หรือ Clip ต้องเปลี่ยนเป็นระยะ
  • อาจต้องมีการ Reline ฐานฟันปลอมเมื่อเหงือกและกระดูกเปลี่ยนแปลง
  • ต้องเข้ารับ Maintenance เป็นระยะตลอดอายุการใช้งาน

จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงมากกว่าฟันปลอมถอดได้ทั่วไป แต่ยังไม่ต้องการหรือไม่เหมาะกับฟันปลอมติดแน่นทั้งขากรรไกร


Option 7: Complete Denture บน–ล่าง โดยไม่มีรากเทียมช่วย

7

เป็นฟันปลอมถอดได้แบบดั้งเดิม ไม่มีรากเทียมช่วยยึด

ข้อดี

  • ไม่ต้องผ่าตัดฝังรากเทียม
  • ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในตัวเลือกทั้งหมด
  • เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ งบประมาณ หรือไม่ต้องการผ่าตัด
  • สามารถแก้ไข ปรับฐาน หรือทำใหม่ได้ง่ายกว่า Implant Prosthesis

ข้อจำกัด

  • ความแน่นและความมั่นคงน้อยกว่าฟันปลอมที่มีรากเทียมช่วย
  • โดยเฉพาะฟันปลอมล่าง มักมีการขยับมากกว่าฟันปลอมบน
  • ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวต่ำกว่าฟันที่รองรับด้วยรากเทียม
  • อาจมีจุดกดเจ็บและต้องปรับหลายครั้ง
  • กระดูกขากรรไกรยังคงมีการละลายตัวตามเวลา
  • เมื่อกระดูกและเหงือกเปลี่ยน อาจต้อง Reline หรือทำฟันปลอมใหม่

แล้วแบบไหนดีที่สุด?

ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับคนไข้ทุกคน

หากสภาพกระดูก การสบฟัน และงบประมาณเหมาะสม การแยกชิ้นงานออกเป็น Single Crowns และ Implant-Supported Bridges ขนาดเล็ก มีข้อดีมากในเรื่องการทำความสะอาด การซ่อมแซม และการจัดการปัญหาเป็นรายตำแหน่ง

แต่ในคนไข้ที่กระดูกมีข้อจำกัด หรือต้องการลดจำนวนรากเทียมและค่าใช้จ่าย All-on-4, All-on-6 หรือ Overdenture อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

ดังนั้นก่อนเลือกแผนการรักษา ควรตรวจช่องปาก ประเมินการสบฟัน และทำ CBCT เพื่อดูปริมาณและคุณภาพกระดูก ก่อนเสมอ จากนั้นทันตแพทย์จึงสามารถวางแผนจำนวน ตำแหน่ง และชนิดของรากเทียมที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายได้

Share:
Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn
Reddit
WhatsApp

แนะนำบทความโดยทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์

หมอแคท

ทพญ. วาทินี อัมพวา ท.9350

ทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านการจัดฟันและการออกแบบรอยยิ้ม

  • ประสบการณ์ดูแลเคสทันตกรรมความงามมากกว่า 10 ปี
  • ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีทันตกรรมที่ทันสมัย
  • ประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลอย่างละเอียด