อาการเสียวฟันแปล๊บ ๆ เวลาดื่มน้ำเย็น มีเศษอาหารชอบไปติดในซอกฟัน หรือเริ่มมองเห็นจุดสีดำเล็ก ๆ บนผิวฟัน สัญญาณเตือนเหล่านี้กำลังบอกว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับโรค “ฟันผุ (Dental Caries)” หนึ่งในปัญหาช่องปากยอดฮิตที่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เชื้อแบคทีเรียจะกัดกินลึกลงไปจนทำลายประสาทฟัน ทำให้เกิดอาการปวดทรมานและอาจต้องสูญเสียฟันแท้ไปในที่สุด
ที่ วีนีริสท์ (Veneerist Dental Clinic) การอุดฟันรักษาฟันผุไม่ได้เป็นเพียงแค่การแปะวัสดุลงบนรูฟัน แต่คือความประณีตในการกำจัดเชื้อโรคอย่างหมดจด พร้อมบูรณะฟันให้กลับมาสวยงามและใช้งานได้แข็งแรงดังเดิม
เจาะลึก 3 ระยะของโรคฟันผุ รู้ทันก่อนสายเกินแก้
โรคฟันผุไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่จะค่อย ๆ ลุกลามผ่าน 3 ระยะสำคัญ ซึ่งมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันดังนี้:
- ระยะที่ 1 ผุเฉพาะชั้นเคลือบฟัน (Enamel): จะเห็นเป็นจุดสีขาวขุ่นหรือสีดำจาง ๆ บนผิวฟัน ระยะนี้คนไข้จะยังไม่มีอาการเจ็บหรือเสียวฟัน สามารถรักษาได้ง่ายด้วยการเคลือบฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงเพื่อซ่อมแซมผิวฟันโดยไม่ต้องกรอฟัน
- ระยะที่ 2 ผุลึกถึงชั้นเนื้อฟัน (Dentin): แบคทีเรียเริ่มกัดกินเข้าไปในชั้นเนื้อฟันที่มีท่อประสาทเชื่อมต่อ ระยะนี้คนไข้จะเริ่มมีอาการเสียวฟันเมื่อทานของหวาน ของร้อน หรือของเย็นจัด และเริ่มเห็นรูผุชัดเจน การรักษาในระยะนี้ที่ดีที่สุดคือ “การอุดฟัน”
- ระยะที่ 3 ผุลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน (Dental Pulp): เชื้อโรคลามเข้าสู่ศูนย์รวมเส้นประสาทฟัน ทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนอง ส่งผลให้มีอาการปวดฟันรุนแรงตุบ ๆ ตลอดเวลา นอนไม่หลับ ระยะนี้ไม่สามารถอุดฟันแบบปกติได้แล้ว จำเป็นต้องเข้ารับการรักษารากฟันหรือถอนฟันเท่านั้น
แนะนำประเภทวัสดุอุดฟันที่ “วีนีริสท์” และคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังอุดฟัน
การรักษาฟันผุในระยะที่ 2 ทันตแพทย์จะทำการกรอกำจัดเนื้อฟันส่วนที่ติดเชื้อออกจนสะอาด จากนั้นจะทำการบูรณะปิดช่องว่างด้วยวัสดุอุดฟัน
1. การอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน (Composite Resin)
เป็นวัสดุเรซินคอมโพสิตที่มีความสวยงามสูงมาก ทันตแพทย์สามารถปรับแต่งเฉดสีให้เนียนกลืนไปกับสีฟันธรรมชาติของคนไข้จนมองไม่ออก นิยมใช้ในการอุดฟันหน้าและฟันกรามที่ต้องการความสวยงาม
- คำแนะนำหลังการอุดฟัน: * สามารถใช้งานบดเคี้ยวอาหารได้ทันทีหลังทำเสร็จ ไม่ต้องรอ 24 ชั่วโมง เพราะใช้วัสดุที่ฉายแสงให้แข็งตัวได้ทันที
- หลีกเลี่ยงการกัดหรือเคี้ยวของแข็งจัด เช่น น้ำแข็ง ก้อนกระดูก ปากกา เพราะอาจทำให้วัสดุอุดบิ่นหรือหลุดได้
- ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงหรือลดอาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดคราบสีง่าย เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต ไวน์แดง และงดการสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันไม่ให้อะคริลิกเรซินเปลี่ยนสีเร็วขึ้น
- บังคับใช้ไหมขัดฟันทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณซอกฟันที่อุดฟันหน้า เพื่อลดการสะสมของคราบอาหารอันเป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุซ้ำที่ขอบวัสดุ
อาการระบมหรือเสียวฟันหลังอุดฟัน ปกติไหม? และต้องดูแลอย่างไร?
หลังจากการอุดฟันเสร็จใหม่ ๆ คนไข้บางท่านอาจมีอาการเสียวฟันหรือตึงระบมเล็กน้อยเวลาเคี้ยวอาหาร ซึ่ง “ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้” เนื่องจากเนื้อฟันได้รับการกระตุ้นจากการกรอฟันและสารเคมีในวัสดุอุด อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ทุเลาและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
💡 วิธีปฏิบัติตน: ในช่วงแรกให้หลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด แปรงฟันด้วยยาสีฟันสูตรลดอาการเสียวฟัน และหากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดบรรเทาอาการได้ แต่หากพบว่ามีอาการเสียวฟันต่อเนื่องเกิน 3 เดือน หรือมีอาการปวดรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็ก เพราะฟันซี่นั้นอาจมีรอยผุที่ลึกมากจนส่งผลกระทบต่อประสาทฟันไปแล้ว
FAQ คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการรักษาฟันผุ
Q: วัสดุอุดฟันหลุดบ่อย เกิดจากอะไร? แล้วต้องทำอย่างไร?
A: เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ฟันซี่นั้นเหลือเนื้อฟันเดิมน้อยเกินไปจนไม่มีพื้นที่ยึดเกาะ, มีพฤติกรรมชอบเคี้ยวของแข็งมาก ๆ, หรือมีฟันผุซ้ำใต้คราบวัสดุอุดเดิม หากวัสดุอุดฟันหลุด ควรรีบมาพบทันตแพทย์เพื่ออุดใหม่ทันที ห้ามปล่อยทิ้งไว้เพราะเศษอาหารจะเข้าไปอุดจนผุลึกรวดเร็วกว่าเดิม
Q: มีฟันผุแต่ไม่เจ็บ ไม่ปวด จำเป็นต้องอุดไหม?
A: จำเป็นต้องอุดด่วนที่สุด เพราะฟันผุในระยะแรกเริ่มที่อยู่เฉพาะชั้นเคลือบฟันและเนื้อฟันตื้น ๆ จะยังไม่แสดงอาการปวดใด ๆ การอุดฟันในระยะนี้จะทำได้ง่าย ไม่เจ็บ และประหยัดค่าใช้จ่าย หากรอให้มีอาการปวด แปลว่าโรคได้ลุกลามเข้าสู่โพรงประสาทฟันแล้ว ซึ่งจะทำให้การรักษายุ่งยากและแพงขึ้นมาก


