การขูดหินปูนเป็นหัตถการพื้นฐานที่ทันตแพทย์แนะนำให้ทำเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน เพื่อกำจัดคราบพลัคและหินปูนฝังแน่นอันเป็นสาเหตุหลักของโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุ และกลิ่นปาก อย่างไรก็ตาม หลังเข้ารับการขูดหินปูน คนไข้หลายท่านอาจพบปัญหาชวนกังวลใจ เช่น มีเลือดซึมตามขอบเหงือก มีอาการเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น หรือรู้สึกว่าฟันห่างขึ้นชั่วคราว การรู้วิธี “การดูแลตัวเองหลังขูดหินปูน” อย่างถูกต้อง จะช่วยให้อาการเหล่านี้หายไวขึ้น และคงสภาพช่องปากให้สะอาดสุขภาพดีได้ยาวนาน
ทำไมเราถึงต้องขูดหินปูนเป็นประจำทุก 6 เดือน?
คราบหินปูน (Dental Calculus) เกิดจากน้ำลายและแบคทีเรียที่รวมตัวกันจนกลายเป็นแผ่นคราบจุลินตรีย์จับอยู่บนผิวฟัน หากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้าจะแข็งตัวจนไม่สามารถแปรงออกได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องให้ทันตแพทย์ใช้เครื่องมืออัลตราโซนิกเฉพาะทางในการกะเทาะออก ซึ่งการขูดหินปูนสม่ำเสมอมีประโยชน์ดังนี้:
- ลดความเสี่ยงโรคเหงือกและฟันผุ: ป้องกันเหงือกบวม อักเสบ และร่นจมลงไปจนเห็นรากฟัน
- ระงับกลิ่นปากกวนใจ: กำจัดแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น เพิ่มความมั่นใจเวลาร่วมสนทนา
- ป้องกันโรคปริทันต์อักเสบ: ลดโอกาสที่กระดูกเบ้าฟันจะถูกทำลายจนฟันโยกและสูญเสียฟันแท้ก่อนวัยอันควร
คู่มือการดูแลตัวเองหลังขูดหินปูน เคล็ดลับจัดการ 3 อาการยอดฮิต
หลังจากคราบหินปูนหนา ๆ ที่เคยเกาะอยู่รอบฟันถูกกำจัดออกไป เนื้อเหงือกและผิวฟันที่เคยถูกหินปูนบดบังจะสัมผัสกับอากาศและอาหารโดยตรง ทำให้อาจเกิดอาการข้างเคียงชั่วคราวได้ ซึ่งคนไข้สามารถดูแลตัวเองได้ง่าย ๆ ดังนี้:
1. วิธีรับมือเมื่อมี “เลือดออกตามขอบเหงือก” หลังทำ
- อาการที่พบ: ในเคสที่มีคราบหินปูนสะสมหนามาก เหงือกบริเวณนั้นจะบวมและอักเสบอยู่ก่อนแล้ว เมื่อขูดหินปูนออกจึงอาจมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยตามขอบเหงือกในช่วง 1-2 วันแรก ถือเป็นเรื่องปกติ
- แนวทางดูแลตัวเอง: ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ห้ามบ้วนน้ำแรง ๆ หรือใช้หลอดดูดน้ำบ่อย ๆ แปรงฟันด้วยแปรงขนนุ่มอย่างเบามือและดูแลความสะอาดตามคำแนะนำของทันตแพทย์ หากมีเลือดออกมาก เลือดไม่หยุด หรือมีอาการผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกทันที
2. วิธีลด “อาการเสียวฟัน” เมื่อทานของเย็น
- อาการที่พบ: หลังขูดหินปูนอาจมีอาการเสียวฟัน โดยเฉพาะบริเวณรากฟันที่เผยออก อาการอาจค่อย ๆ ลดลง แต่ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละท่าน หากไม่ดีขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีอาการปวด ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ
- แนวทางดูแลตัวเอง: แนะนำให้เลือกใช้ ยาสีฟันสูตรลดอาการเสียวฟัน ที่มีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรต (Potassium Nitrate) ซึ่งจะช่วยบล็อกสัญญาณความเสียวฟันไม่ให้ส่งไปถึงเส้นประสาท หลีกเลี่ยงน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดในช่วงวันแรก ๆ
3. การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
- อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง: งดรับประทานอาหารที่มีรสจัด เผ็ดร้อน หรือเปรี้ยวจี๊ด เพราะกรดและเครื่องเทศอาจระคายเคืองต่อเนื้อเหงือกที่เพิ่งผ่านการขูดหินปูนมา รวมถึงหลีกเลี่ยงของแข็งและเหนียวจัด
- ข้อควรระวังเรื่องสีฟัน: ผิวฟันหลังขูดหินปูนใหม่ ๆ ชา กาแฟ และบุหรี่อาจทำให้เกิดคราบบนฟันได้ ควรดูแลความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และลดพฤติกรรมที่ทำให้เกิดคราบ
แนะนำเพิ่มเติม: สำหรับเคสที่ต้อง “ขูดหินปูนใต้เหงือก” (เกลารากฟัน)
สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบรุนแรงหรือโรครำมะนาด (Periodontitis) ที่คุณหมอต้องทำการขูดหินปูนลึกลงไปใต้ขอบเหงือกและเกลารากฟัน (Root Planing) อาจมีอาการระบมเหงือกมากกว่าปกติ
- การดูแลพิเศษ: คนไข้สามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล บรรเทาอาการได้ทุก 4-6 ชั่วโมง
- แนะนำให้บ้วนปากเบา ๆ ด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ (เกลือ 1 ช้อนชาผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว) หลังอาหารเพื่อช่วยฆ่าเชื้อและเร่งให้แผลเหงือกสมานตัวได้ไวขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลฟันหลังขูดหินปูน
Q: หลังขูดหินปูนเสร็จ แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ทันทีไหม?
A: สามารถแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติในเย็นวันนั้นเลย และห้ามงดแปรงฟันเพราะกลัวเลือดออกเด็ดขาด เนื่องจากคราบจุลินตรีย์ใหม่จะกลับมาเกาะทันที เพียงแต่แนะนำให้เลือกใช้แปรงสีฟันที่ขนอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ และแปรงอย่างเบามือบริเวณขอบเหงือกเพื่อป้องกันการระคายเคือง
Q: ขูดหินปูนแล้วรู้สึก “ฟันห่างขึ้น” เกิดจากอะไร? ฟันจะกลับมาติดกันไหม?
A: หลังขูดหินปูนอาจเห็นช่องว่างเดิมชัดขึ้นเมื่อคราบที่อุดอยู่ถูกกำจัดออก และเมื่อเหงือกที่บวมอักเสบยุบลง ช่องว่างอาจยิ่งเห็นชัดขึ้น หากมีเหงือกร่นหรือสูญเสียกระดูกรองรับฟัน ช่องว่างไม่จำเป็นต้องปิดกลับเอง ควรให้ทันตแพทย์ประเมินสภาพเหงือกและฟัน



