ฟอกสีฟัน (Teeth Whitening) คืออะไร? เปลี่ยนฟันเหลืองให้ขาวสว่างอย่างปลอดภัย
รอยยิ้มที่สดใสคือประตูด่านแรกที่ช่วยสร้างความประทับใจ แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มชา กาแฟ หรืออายุที่เพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลให้ฟันที่เคยขาวกลับกลายเป็น "ฟันเหลือง" หรือมีสีหมองคล้ำได้หากคุณกำลังหมดความมั่นใจเวลาที่ต้องยิ้มหรือพูดคุย การ ฟอกสีฟัน (Teeth Whitening) คือทางออกทางทันตกรรมที่ปลอดภัย เห็นผลไว และช่วยคืนรอยยิ้มที่ขาวสะอาดให้คุณกลับมามั่นใจได้อีกครั้ง ที่ วีนีริสท์ (Veneerist Dental Clinic) เรามีข้อมูลเจาะลึกครบทุกมิติ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจที่สุด
ทำไมฟันถึงเหลือง? รู้จัก 2 สาเหตุหลักก่อนฟอกสีฟัน
ก่อนจะแก้ปัญหาฟันเหลือง เราต้องเข้าใจก่อนว่าคราบสีเหล่านี้มาจากไหน โดยหลักๆ แบ่งออกเป็น 2 สาเหตุ
1. คราบสีจากภายนอก
คราบสีจากภายนอก (Extrinsic Stains): เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การดื่มชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำอัดลม การสูบบุหรี่ หรือการทานอาหารที่มีสีจัด คราบเหล่านี้จะสะสมอยู่บนผิวเคลือบฟัน ซึ่ง การฟอกสีฟันจะตอบโจทย์และเห็นผลดีเยี่ยม กับปัญหานี้
2. คราบสีจากภายใน
คราบสีจากภายใน (Intrinsic Stains): เกิดจากความผิดปกติลึกถึงเนื้อฟัน เช่น การได้รับยาปฏิชีวนะ (เตตราไซคลีน) ตั้งแต่เด็ก, ฟันตกกระจากฟลูออไรด์, อายุที่มากขึ้นทำให้เคลือบฟันบางลงจนเห็นเนื้อฟันสีเหลืองด้านใน หรือฟันตายจากอุบัติเหตุ (ในกรณีนี้ การฟอกสีฟันอาจช่วยให้สว่างขึ้นได้เพียงเล็กน้อย ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำ “วีเนียร์” แทน)
การฟอกสีฟันทำงานอย่างไร? ทำให้ฟันบางลงจริงไหม?
ความเชื่อที่ว่า "ฟอกสีฟันแล้วเนื้อฟันจะบางลง" เป็นความเชื่อที่ผิด! การฟอกสีฟันไม่ได้ใช้การ "ขัด" หรือ "กรอ" ผิวฟันออก แต่ใช้สารเคมีกลุ่ม Hydrogen Peroxide หรือ Carbamide Peroxide ในระดับที่ปลอดภัย ทาลงบนผิวฟัน เมื่อสารเหล่านี้สัมผัสกับเนื้อฟัน (และถูกกระตุ้นด้วยแสง Cool Light LED) จะแตกตัวเป็นออกซิเจน แทรกซึมเข้าไปสลายเม็ดสีที่ฝังแน่นอยู่ในชั้นเนื้อฟันให้มีขนาดเล็กลงและจางหายไป โดยไม่ได้ทำลายโครงสร้างของเคลือบฟันแต่อย่างใด
เลือกแบบไหนดี? ฟอกสีฟันที่คลินิก vs ฟอกสีฟันที่บ้าน
ที่ วีนีริสท์ เรามีบริการฟอกสีฟัน 2 รูปแบบหลัก เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการเร่งด่วนและไลฟ์สไตล์ของคนไข้:
ตารางเปรียบเทียบ ฟอกที่คลินิก (In-Office) vs ฟอกที่บ้าน (At-Home)
คำแนะนำจากทันตแพทย์: หากต้องการผลลัพธ์ที่ขาวที่สุดและอยู่ได้นาน ทันตแพทย์มักแนะนำให้ทำควบคู่กัน คือฟอกที่คลินิกเพื่อกระตุ้นความสว่างขั้นสุด แล้วซื้อชุดฟอกสีฟันที่บ้านไปทำเพื่อคงสภาพ (Touch-up) ไม่ให้ฟันกลับมาเหลืองเร็ว
4 ขั้นตอนการฟอกสีฟันที่คลินิก Veneerist (ปลอดภัย เห็นผลจริง)
เพื่อให้คนไข้ได้รับประสบการณ์ที่สบายใจและปลอดภัยที่สุด ทุกขั้นตอนจะดูแลโดยทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์:
ตรวจประเมินและเทียบเฉดสีฟัน: ทันตแพทย์จะตรวจเช็กสุขภาพช่องปาก หากมีหินปูนจะแนะนำให้ขูดออกก่อน จากนั้นจะใช้แผ่นเทียบสี (Shade Guide) บันทึกสีฟันเดิมของคนไข้
ป้องกันเหงือกและริมฝีปาก: ทันตแพทย์จะใส่อุปกรณ์ป้องกันริมฝีปาก และทาน้ำยาเรซินเพื่อปิดคลุมเหงือก ป้องกันไม่ให้เจลฟอกสีฟันไปโดนเนื้อเยื่ออ่อน
ทาเจลและฉายแสง Cool Light LED: ทาเจลฟอกสีฟันสูตรเฉพาะลงบนผิวฟัน แล้วฉายแสงเย็น (Cool Light) เพื่อกระตุ้นให้น้ำยาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะทำซ้ำ 2-3 รอบ รอบละ 15 นาที
ทำความสะอาดและเทียบเฉดสีใหม่: ทันตแพทย์จะเช็ดน้ำยาฟอกสีฟันและเจลป้องกันเหงือกออก ทำความสะอาดฟัน และเทียบเฉดสีให้ดูอีกครั้ง เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ
อุทาหรณ์เตือนภัย! อันตรายจาก "ชุดฟอกสีฟันออนไลน์ / ปากกาฟอกฟันเถื่อน"
ปัจจุบันมีการขายชุดฟอกสีฟัน แผ่นแปะ หรือปากกาฟอกฟันราคาถูกทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ซึ่ง “แฝงไปด้วยอันตราย” หากไม่ได้มาตรฐาน:
ถาดพิมพ์ฟันไม่ได้มาตรฐาน: ถาดที่ซื้อมาสำเร็จรูปมักไม่พอดีกับรูปฟัน ทำให้น้ำยาฟอกสีฟันรั่วไหลไปโดนเหงือกและลำคอ เกิดแผลไหม้พุพองอย่างรุนแรง
ความเข้มข้นสารเคมีเกินกำหนด: น้ำยาเถื่อนอาจมีความเป็นกรดสูงมากจนกัดทำลายเคลือบฟันถาวร ทำให้ฟันบางลง เสียวฟันรุนแรง หรือร้ายแรงถึงขั้นเนื้อเยื่อประสาทฟันอักเสบ
การฟอกสีฟันที่ปลอดภัยที่สุด ต้องทำโดยน้ำยาที่ผ่านการรับรอง อย. และอยู่ภายใต้การประเมินสภาพฟันโดยทันตแพทย์เท่านั้น
ข้อห้ามและวิธีดูแลฟันหลังฟอกสีฟัน ให้ขาวสว่างยาวนาน
โดยปกติผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันจะอยู่ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง เพื่อรักษาสีฟันให้ขาวนานที่สุด ควรปฏิบัติตามนี้:
ภายใน 48 ชั่วโมงแรก (สำคัญมาก): งดดื่มชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำอัดลม ซีอิ๊วดำ ซอสพริก หรืออาหารที่มีสีจัดเด็ดขาด เพราะรูพรุนของฟันยังเปิดอยู่ ทำให้ดูดซับสีได้ง่ายมาก
งดสูบบุหรี่: อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันคราบนิโคตินฝังลึก
ดูแลเรื่องการเสียวฟัน: อาจมีอาการเสียวฟันจี๊ดๆ เกิดขึ้นได้ในช่วง 1-3 วันแรก ถือเป็นเรื่องปกติ แนะนำให้ใช้ยาสีฟันสูตรลดอาการเสียวฟัน งดของร้อนจัดหรือเย็นจัด และอาการจะหายไปเอง
ดูแลความสะอาด: แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และขูดหินปูนเป็นประจำทุก 6 เดือน
ใครบ้างที่ "ไม่ควร" ฟอกสีฟัน?
แม้จะปลอดภัย แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบางบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยง หรือต้องปรึกษาแพทย์ก่อน:
เด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปี (โพรงประสาทฟันยังกว้าง เสี่ยงต่อการเสียวฟันรุนแรง)
สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
ผู้ที่มีปัญหาฟันผุลึก เหงือกอักเสบ หรือมีรากฟันโผล่ (ต้องรักษาโรคให้หายขาดก่อน)
ผู้ที่ทำวัสดุอุดฟัน ครอบฟัน หรือวีเนียร์บริเวณฟันหน้า (สารฟอกสีฟันจะไม่สามารถเปลี่ยนสีวัสดุเทียมได้ ทันตแพทย์อาจต้องเปลี่ยนวัสดุให้สีตรงกับฟันจริงหลังฟอกเสร็จ)
อัตราค่าบริการฟอกสีฟัน คลินิกวีนีริสท์ (Veneerist)
ทำไมต้องเลือกฟอกสีฟันที่ วีนีริสท์ (Veneerist Dental Clinic)
ใช้น้ำยาฟอกสีฟันแท้ มาตรฐาน อย.: เราเลือกใช้น้ำยาฟอกสีฟันแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ฟันขาวสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ดูแลและควบคุมโดยทันตแพทย์ทุกขั้นตอน: ปลอดภัยกว่าการซื้อชุดฟอกสีฟันมาทำเอง เพราะคุณหมอจะมีการประเมินสภาพฟัน ป้องกันเหงือก และควบคุมระดับน้ำยาอย่างใกล้ชิด
บรรยากาศผ่อนคลาย สไตล์ Dental Spa: มอบประสบการณ์ทำฟันที่สบาย ไม่เกร็ง พร้อมบริการ Premium Dental Spa ที่ครบจบในครั้งเดียว (ขูดหินปูน แอร์โฟลว์ เคลือบฟลูออไรด์ และฟอกสีฟัน) ให้คุณได้รอยยิ้มที่ทั้งขาวและสุขภาพดีกลับบ้าน
ประเมินผลลัพธ์ชัดเจน: มีการเทียบเฉดสีฟัน (Shade Guide) ให้ดูก่อนและหลังทำอย่างชัดเจน เพื่อให้คนไข้เห็นความเปลี่ยนแปลง
ทีมทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์ของเรา